วันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

Learning log 8 (นอกห้องเรียน)

Learning log 8 (นอกห้องเรียน)
                การอ่านเป็นประตูสู่ปัญญา อยากเป็นคนเก่งก็ต้องอ่านเยอะๆ การอ่านจะช่วยให้เรามีสมาธิกับการจดจ้องตัวหนังสือ และการอ่านยังช่วยฝึกให้เราคิดจินตนาการตามในสิ่งที่ได้อ่าน การอ่านให้มีประสิทธิภาพนั้นควรเริ่มต้นจากการอ่านเรื่องง่ายๆ แล้วค่อยเพิ่มระดับความยากของสิ่งที่อ่าน จะช่วยให้เกิดความเคยชินและช่วยให้เราเป็นคนเก่งขึ้นได้
            การอ่านในภาษาอังกฤษมี 2 ลักษณะ คือ การอ่านออกเสียงและการอ่านในใจ การอ่านออกเสียงเป็นการอ่านที่ฝึกความถูกต้องและความคล่องแคล่วในการอ่านออกเสียง ส่วนการอ่านในใจเป็นการอ่านเพื่อรับรู้และทำความเข้าใจในสิ่งที่อ่าน เป็นการอ่านอย่างมีจุดหมาย ทักษะการอ่านเป็นทักษะที่สามารถฝึกฝนให้เกิดความชำนาญได้ด้วยเทคนิควิธีการต่างๆ เช่น การอ่านออกเสียง ฝึกให้อ่านออกเสียงให้ถูกต้องและคล่องแคล่ว การอ่านในใจ สร้างกิจกรรมเข้าสู่การอ่านโดยให้ข้อมูลบางส่วนเพื่อช่วยสร้างความเข้าใจในบริบท กิจกรรมระหว่างการอ่านจะทดสอบความเข้าใจในเรื่องราวที่อ่านและกิจกรรมหลังการอ่านจะมุ่งให้ผู้เรียนฝึกการใช้ภาษาในลักษณะทักษะสัมพันธ์ ตรวจสอบทบทวนความรู้ความเข้าใจในเนื้อเรื่องที่อ่าน
            เทคนิคการอ่านแบบ Skimming เป็นการอ่านข้อความอย่างเร็วๆ เป็นจุดๆ เช่น อ่าน 2-3 คำแรก หรือ 2-3 ประโยคแล้วข้ามไป อาจข้ามไปเป็นประโยคหรือเป็นบรรทัด หรืออ่านเฉพาะประโยคแรกและประโยคสุดท้ายของแต่ละย่อหน้า หรืออ่านเฉพาะคำหรือวลีที่สำคัญ การอ่านแบบนี้มีจุดมุ่งหมายคือ อ่านเพื่อเก็บประเด็นหรือใจความสำคัญ และอ่านเพื่อเก็บรายละเอียดที่สำคัญบางอย่าง การอ่านแบบนี้จะช่วยประหยัดเวลาในการอ่าน ช่วยให้ผู้อ่านอ่านเรื่องต่างๆ ได้เร็วขึ้น และเข้าใจใจความสำคัญที่อ่านโดยไม่จำเป็นต้องอ่านรายละเอียดตลอดทั้งเรื่อง
            เทคนิคการอ่านแบบ Scanning เป็นการอ่านหาข้อมูลโดยเฉพาะ เช่น ตัวเลข วันที่ สถานที่ ชื่อคน เป็นต้น จะเป็นข้อมูลที่ปรากฏให้ผู้อ่านเห็นได้อย่างชัดเจนในบทอ่าน ซึ่งถ้าคำถามถามถึงสถานที่ก็ทำให้กวาดสายตาดูคำที่หมายถึงสถานที่ส่วนใหญ่จะเป็นสถานที่เฉพาะ เป็นชื่อเฉพาะ

            จากเทคนิคการอ่านข้างต้น เราจะพบความแตกต่างกัน คือ การอ่านแบบ Skimming จะอ่านจับใจความสำคัญขอสิ่งที่อ่าน เห็นภาพรวมแบบคร่าวๆ ส่วนการอ่านแบบ Scanning จะอ่านเพื่อหาข้อมูลเฉพาะ ดังนั้น การอ่านทั้งสองวิธีนี้จะมีประโยชน์มากในการทำข้อสอบ ซึ่งผู้อ่านที่พอจะทราบคำศัพท์พอสมควรแล้วจะหาคำตอบได้เร็วขึ้น แต่ก็ต้องอาศัยการฝึกทำบ่อยๆ อย่างน้อยวันละ 5-10 นาที

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น